เปิดตัวมือปราบไวรัสอุลตร้า'ตัวพ่อ'
posted on 21 Feb 2010 15:52 by sakurasaka
3-4 ปีที่แล้ว ไวรัสตระกูล Hacked By ป่วนผ่านยูเอสบีไดร์ฟ ทำให้เครื่องมองไม่เห็นไฟล์ในไดร์ฟกับอีกสารพัดปัญหาสร้างความปวดเศียรให้กับผู้ใช้
ปัญหาไวรัสถูกยกขึ้นมาถามทางแก้ผ่านช่องทางกระทู้บนเว็บบอร์ด นักเขียนโปรแกรมหลายคนออกโรงเสนอทางแก้ไข ทั้งในรูปแบบโปรแกรมฆ่าไวรัสสำเร็จรูป และแก้ไขแบบ step-by-step
ปิยะวัฒน์ เกลี้ยงขำ และทีมงานในส่วนบริการผู้ใช้คอมพิวเตอร์ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ รับภารกิจแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้งานในองค์กรเช่นกัน เริ่มจากเข้าไปกำจัดไวรัสและปิดช่องโหว่ทีละเครื่อง แต่พอไวรัสลามหนักขึ้น ก็ยิ่งใช้เวลานานขึ้น
สุดท้ายเขาจึงเขียนโปรแกรมกำจัดไวรัส Hacked by สำเร็จรูปสำหรับติดตั้งลงเครื่องพีซี และสามารถเรียกมาใช้งานแก้ไขปัญหาโดยอัตโนมัติ แทนวิธีเดินแก้ตามทีละโต๊ะ
ไวรัส hacked by ติดต่อผ่านทางอุปกรณ์ยูเอสบี ไดร์ฟ หรือทรัมป์ ไดร์ฟ ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ติดเชื้อไวรัสไม่สามารถดับเบิลคลิกเพื่อเปิดดูไฟล์ในไดร์ฟได้ โดยแสดงข้อมูลว่าไม่พบไดร์ฟ หรือ เมื่อเรียกใช้งานอินเทอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์ มักมีข้อความ Hacked by... แสดงบนแถบเหนือเมนูบาร์ และยังทำให้เรียกใช้งาน task manager ไม่ได้อีกด้วย รวมถึงอาการอื่นขึ้นอยู่กับอนุพันธุ์ไวรัสแต่ละรุ่นที่ตามมา
หลังจากพัฒนาโปรแกรมกำจัดไวรัสสำเร็จรูปและลองใช้กับองค์กรได้ผล ปิยะวัฒน์ ผู้ให้กำเนิดโปรแกรมกำจัดไวรัสอุลตร้าแมนส่งยอดมนุษย์ตัวแรกเข้าไปปราบเหล่าอธรรมที่ป่วนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์พันทิปดอดคอม (www.pantip.com)
"ตอนแรกยังไม่ได้ใช้ไอคอนอุลตร้าแมน ผมนึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะใช้อะไรก็หยิบอุลตร้าแมนมาใช้ พอมีคนเข้ามาโพสต์ถามในเว็บบอร์ด เขาก็เรียกผมว่าพี่อุลตร้า" มือปราบไวรัสเล่าจุดเริ่มต้น
ชื่อเสียงของยอดมนุษย์อุลตร้าปราบไวรัสเริ่มเป็นที่รู้จัก ทุกครั้งที่เขา "ออนเอ็ม" มักมีคนมาถามมากมาย ความที่เป็นคนพิมพ์หนังสือช้า ปี 2550 เขาเลยเปลี่ยนมาเปิดเว็บไซต์ www.dkdc-ultra.com และมีเว็บบอร์ดสำหรับให้คำปรึกษา
ปิยะวัฒน์ เรียนมาทางคอมพิวเตอร์ธุรกิจจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม และมาต่อ MIT ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
โปรแกรมกำจัดไวรัสไม่ใช่ผลผลิตแรกที่เขาพัฒนาออกมา แต่เป็นโปรแกรมห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่เขาเริ่มเขียนสมัยเริ่มทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่ง และรับโปรเจ็คต์เขียนโปรแกรม e-Library ให้กับโรงเรียน ทว่ายังไม่ทันได้พัฒนาจนเสร็จโครงการ เขาตัดสินใจออกจากบริษัทก่อน และนำโปรแกรม e-Library มาพัฒนาต่อจนเสร็จและแจกจ่ายผ่านอินเทอร์เน็ตในช่วงประมาณปี 2541 โดยไม่คิดมูลค่า
"มีโรงเรียนติดต่อมาบ้างเหมือนกัน ไม่ค่อยเยอะ ตอนนั้นอินเทอร์เน็ตยังบูมเท่าไร ที่เป็นเรื่องเป็นราวคือที่บ้านผมที่นครศรีธรรมราช ผมก็ไปติดตั้งให้ ถือโอกาสได้กลับบ้านด้วย"
ตลอดช่วง 3 ปีที่ยังว่างงานก่อนเข้ามาร่วมงานกับเอสเอ็มอีแบงก์ ปิยะวัฒน์มีงานจ็อบที่ทำฟรีอยู่บ้าง คืองานรับสอนเขียนโปรแกรมไม่คิดเงิน
เหตุผลหลักมาจากตอนเรียนจบปริญญาตรีครูสอนภาษาโคบอลต์ แต่ตอนทำโปรเจ็กต์จบต้องใช้ภาษาวิชวล เบสิก ซึ่งไม่ได้เรียนมาเลย ทำให้ต้องหาซื้อหนังสือมาศึกษาด้วยตัวเอง และได้คนในพันทิปช่วยให้ทางออก หลังจากเรียนจบแล้วจึงตอบแทนสังคมออนไลน์เข้าไปสิงสถิตในเว็บพันทิป และช่วยให้คำแนะนำด้านการเขียนโปรแกรมคืนแก่นักศึกษา
"ตอนที่เราจะจบ เราก็ไม่มีความรู้ ก็อาศัยถามคนในเว็บ ใครก็ไม่รู้เหมือนกันมาช่วยตอบเรา ช่วยให้เราจบได้เหมือนกัน" ผู้ให้กำเนิดโปรแกรมอุลตร้าเลิฟ และอุลตร้าคลีน กล่าว
เขายกตัวอย่างรายหนึ่งทำธุรกิจสนุ๊กเกอร์อยู่โคราช และอยากเขียนโปรแกรมคิดค่าชั่วโมงเล่นสนุ๊ก คิดค่าอาหาร และอื่นๆ แต่ไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมมาก่อน ปิยะวัฒน์ช่วยสอนผ่านทางอินเทอร์เน็ตนานอยู่ 2-3 ปีจนสุดท้ายจากคนที่เขียนโปรแกรมไม่เป็นเลยสักบรรทัดก็สามารถทำโปรแกรมร้านของตัวเองได้
"ไม่ใช่ว่า ผมรู้ทุกเรื่องหรอกนะ บางเรื่องที่เขาถามมาผมก็ไม่รู้ ก็ต้องไปหามา ทำให้ผมได้ความรู้ไปด้วย"
สำหรับโปรแกรมกำจัดไวรัสตระกูลอุลตร้าที่ปิยะวัฒน์พัฒนาออกมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่น 5.1 แล้ว ไล่มาตั้งแต่รุ่นอุลตร้าคลีน, อุลตร้าจ๊ะเอ๋ และอีกมากมายจนกลายมาเป็นครอบครัวใหญ่อุลตร้าแฟมิลี่
ระยะหลังยอดมนุษย์อุลตร้าต้องเผชิญกับอุปสรรคบางอย่างจากการออกปฏิบัติการกวาดล้างไวรัส นั่นคือโปรแกรมกำจัดไวรัสทั่วไปมองโปรแกรมอุลตร้าที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นไวรัสเสียเอง
ถึงยอดมนุษย์กำจัดไวรัสออกปฏิบัติการกวาดล้างเหล่าคนพาลมาระยะหนึ่ง แต่ปิยะวัฒน์ยอมรับว่า อุลตร้าไม่สามารถใช้งานแทนโปรแกรมกำจัดไวรัสที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดได้ เขายังแนะนำไว้ที่เว็บไซต์ของเขาด้วยซ้ำว่า ควรลงแอนตี้ไวรัสเป็นหลักหนึ่งตัว
"ผมว่า อุลตร้าเหมือนผู้ช่วยเจ้าพนักงานมากกว่า มันใช้ตรวจไวรัสจากทรัมป์ไดร์ฟเท่านั้นเอง และใช้แก้ปัญหาหลังจากคุณติดไวรัสไปแล้วได้บางตัว แต่การป้องกันแบบเรียลไทม์ต้องยกให้ทางแอนตี้ไวรัสเขา" อุลตร้าตัวพ่อกล่าว
ปิยะวัฒน์คนเดียวคงเอาไปเทียบกับทีมงานจำนวนมหาศาลของบริษัทพัฒนาโปรแกรมกำจัดไวรัสไม่ได้เลย แต่การทำงานของอุลตร้าคล่องตัวกว่าในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจ้องจับผิดโปรแกรมที่ทำงานแบบ "ออโต้รัน" ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ส่ออาการไวรัส
ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7 ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขาต้องพัฒนาโปรแกรมกำจัดไวรัสอุลตร้าให้ทำงานร่วมกันได้ และอาจต้องพัฒนาอุลตร้าเฉพาะวินโดวส์ 7 เป็นพิเศษ
เวลาไม่ใช่ปัญหาสำหรับปิยะวัฒน์ที่จะพัฒนาโปรแกรม หรือเขียนตอบแก้ปัญหาให้กับสมาชิกบนเว็บบอร์ด เขาไม่ใช่คนช่างสังคม ด้วยกิจวัตรเช้าไปทำงานเย็นกลับบ้าน เสาร์-อาทิตย์อยู่กับบ้านไม่ได้ออกไปเที่ยวเตร่ทำให้เขามีเวลาสำหรับภารกิจที่เขาไม่คิดว่าเป็นภาระ ชีวิตส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นหลัก
"คนไอทีที่เจอส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้นะ บางคนเก็บตัวมากกว่านี้อีก บางคนไม่มีใครรู้จักเขาเลย อยู่ของเขาเงียบคนเดียว"
คนไอทีฮาร์ดคอร์กลุ่มหนึ่งใช้ชีวิตยุ่งกับโลกออนไลน์ก็จริง แต่ปิยะวัฒน์มองว่าโลกอวตารเป็นเพียงแค่แฟชั่นชั่วคราวที่มาแล้วก็ไป เหมือนครั้งหนึ่งคนเล่นไฮไฟว์ และเว็บบล็อกกันทั่วบ้านทั่วเมืองแต่ก็เงียบหายไปตามเวลา และพอมีเครื่องมือใหม่ที่โดนใจกว่าคนก็แห่กันไปเล่นใหม่
สำหรับวันข้างหน้า ครอบครัวอุลตร้าอาจต้องรับสมาชิกใหม่ แต่จะเป็นอุลตร้าเซเว่นเหมือนในซีรีส์ภาพยนตร์แอคชั่นแฟนตาซีของญี่ปุ่นหรือไม่ เจ้าพ่ออุลตร้าขออุบไว้ก่อน ส่วนที่แน่นอนกว่าคือ โปรแกรมกำจัดไวรัสอุลตร้ายังคงพัฒนาให้ใช้ฟรีอยู่ต่อไป เพราะปิยะวัฒน์ยอมรับว่าเขาเป็นโรคภูมิแพ้ธุรกิจ
"ผมว่าผมทำธุรกิจไม่ได้ เหมือนเราต้องทำกำไรให้อยู่ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็เจ๊ง อยู่อย่างนี้แฮปปี้ดีแล้ว"