3-4 ปีที่แล้ว ไวรัสตระกูล Hacked By ป่วนผ่านยูเอสบีไดร์ฟ ทำให้เครื่องมองไม่เห็นไฟล์ในไดร์ฟกับอีกสารพัดปัญหาสร้างความปวดเศียรให้กับผู้ใช้

ปัญหาไวรัสถูกยกขึ้นมาถามทางแก้ผ่านช่องทางกระทู้บนเว็บบอร์ด นักเขียนโปรแกรมหลายคนออกโรงเสนอทางแก้ไข ทั้งในรูปแบบโปรแกรมฆ่าไวรัสสำเร็จรูป และแก้ไขแบบ step-by-step

 ปิยะวัฒน์ เกลี้ยงขำ และทีมงานในส่วนบริการผู้ใช้คอมพิวเตอร์ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์  รับภารกิจแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้งานในองค์กรเช่นกัน เริ่มจากเข้าไปกำจัดไวรัสและปิดช่องโหว่ทีละเครื่อง แต่พอไวรัสลามหนักขึ้น ก็ยิ่งใช้เวลานานขึ้น

 สุดท้ายเขาจึงเขียนโปรแกรมกำจัดไวรัส Hacked by สำเร็จรูปสำหรับติดตั้งลงเครื่องพีซี และสามารถเรียกมาใช้งานแก้ไขปัญหาโดยอัตโนมัติ แทนวิธีเดินแก้ตามทีละโต๊ะ

 ไวรัส hacked by ติดต่อผ่านทางอุปกรณ์ยูเอสบี ไดร์ฟ หรือทรัมป์ ไดร์ฟ ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ติดเชื้อไวรัสไม่สามารถดับเบิลคลิกเพื่อเปิดดูไฟล์ในไดร์ฟได้ โดยแสดงข้อมูลว่าไม่พบไดร์ฟ หรือ เมื่อเรียกใช้งานอินเทอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์ มักมีข้อความ Hacked by... แสดงบนแถบเหนือเมนูบาร์ และยังทำให้เรียกใช้งาน task manager ไม่ได้อีกด้วย รวมถึงอาการอื่นขึ้นอยู่กับอนุพันธุ์ไวรัสแต่ละรุ่นที่ตามมา

 หลังจากพัฒนาโปรแกรมกำจัดไวรัสสำเร็จรูปและลองใช้กับองค์กรได้ผล ปิยะวัฒน์ ผู้ให้กำเนิดโปรแกรมกำจัดไวรัสอุลตร้าแมนส่งยอดมนุษย์ตัวแรกเข้าไปปราบเหล่าอธรรมที่ป่วนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์พันทิปดอดคอม (www.pantip.com)

 "ตอนแรกยังไม่ได้ใช้ไอคอนอุลตร้าแมน ผมนึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะใช้อะไรก็หยิบอุลตร้าแมนมาใช้ พอมีคนเข้ามาโพสต์ถามในเว็บบอร์ด เขาก็เรียกผมว่าพี่อุลตร้า" มือปราบไวรัสเล่าจุดเริ่มต้น

 ชื่อเสียงของยอดมนุษย์อุลตร้าปราบไวรัสเริ่มเป็นที่รู้จัก ทุกครั้งที่เขา "ออนเอ็ม" มักมีคนมาถามมากมาย ความที่เป็นคนพิมพ์หนังสือช้า ปี 2550 เขาเลยเปลี่ยนมาเปิดเว็บไซต์ www.dkdc-ultra.com และมีเว็บบอร์ดสำหรับให้คำปรึกษา

 ปิยะวัฒน์ เรียนมาทางคอมพิวเตอร์ธุรกิจจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม และมาต่อ MIT ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

 โปรแกรมกำจัดไวรัสไม่ใช่ผลผลิตแรกที่เขาพัฒนาออกมา แต่เป็นโปรแกรมห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่เขาเริ่มเขียนสมัยเริ่มทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่ง และรับโปรเจ็คต์เขียนโปรแกรม e-Library ให้กับโรงเรียน ทว่ายังไม่ทันได้พัฒนาจนเสร็จโครงการ เขาตัดสินใจออกจากบริษัทก่อน และนำโปรแกรม e-Library มาพัฒนาต่อจนเสร็จและแจกจ่ายผ่านอินเทอร์เน็ตในช่วงประมาณปี 2541 โดยไม่คิดมูลค่า

 "มีโรงเรียนติดต่อมาบ้างเหมือนกัน ไม่ค่อยเยอะ ตอนนั้นอินเทอร์เน็ตยังบูมเท่าไร ที่เป็นเรื่องเป็นราวคือที่บ้านผมที่นครศรีธรรมราช ผมก็ไปติดตั้งให้ ถือโอกาสได้กลับบ้านด้วย"

 ตลอดช่วง 3 ปีที่ยังว่างงานก่อนเข้ามาร่วมงานกับเอสเอ็มอีแบงก์  ปิยะวัฒน์มีงานจ็อบที่ทำฟรีอยู่บ้าง คืองานรับสอนเขียนโปรแกรมไม่คิดเงิน

 เหตุผลหลักมาจากตอนเรียนจบปริญญาตรีครูสอนภาษาโคบอลต์ แต่ตอนทำโปรเจ็กต์จบต้องใช้ภาษาวิชวล เบสิก ซึ่งไม่ได้เรียนมาเลย ทำให้ต้องหาซื้อหนังสือมาศึกษาด้วยตัวเอง และได้คนในพันทิปช่วยให้ทางออก หลังจากเรียนจบแล้วจึงตอบแทนสังคมออนไลน์เข้าไปสิงสถิตในเว็บพันทิป และช่วยให้คำแนะนำด้านการเขียนโปรแกรมคืนแก่นักศึกษา

 "ตอนที่เราจะจบ เราก็ไม่มีความรู้ ก็อาศัยถามคนในเว็บ ใครก็ไม่รู้เหมือนกันมาช่วยตอบเรา ช่วยให้เราจบได้เหมือนกัน" ผู้ให้กำเนิดโปรแกรมอุลตร้าเลิฟ และอุลตร้าคลีน กล่าว

 เขายกตัวอย่างรายหนึ่งทำธุรกิจสนุ๊กเกอร์อยู่โคราช และอยากเขียนโปรแกรมคิดค่าชั่วโมงเล่นสนุ๊ก คิดค่าอาหาร และอื่นๆ แต่ไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมมาก่อน ปิยะวัฒน์ช่วยสอนผ่านทางอินเทอร์เน็ตนานอยู่ 2-3 ปีจนสุดท้ายจากคนที่เขียนโปรแกรมไม่เป็นเลยสักบรรทัดก็สามารถทำโปรแกรมร้านของตัวเองได้

 "ไม่ใช่ว่า ผมรู้ทุกเรื่องหรอกนะ บางเรื่องที่เขาถามมาผมก็ไม่รู้ ก็ต้องไปหามา ทำให้ผมได้ความรู้ไปด้วย"

 สำหรับโปรแกรมกำจัดไวรัสตระกูลอุลตร้าที่ปิยะวัฒน์พัฒนาออกมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่น 5.1 แล้ว ไล่มาตั้งแต่รุ่นอุลตร้าคลีน, อุลตร้าจ๊ะเอ๋ และอีกมากมายจนกลายมาเป็นครอบครัวใหญ่อุลตร้าแฟมิลี่

 ระยะหลังยอดมนุษย์อุลตร้าต้องเผชิญกับอุปสรรคบางอย่างจากการออกปฏิบัติการกวาดล้างไวรัส นั่นคือโปรแกรมกำจัดไวรัสทั่วไปมองโปรแกรมอุลตร้าที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นไวรัสเสียเอง

 ถึงยอดมนุษย์กำจัดไวรัสออกปฏิบัติการกวาดล้างเหล่าคนพาลมาระยะหนึ่ง แต่ปิยะวัฒน์ยอมรับว่า อุลตร้าไม่สามารถใช้งานแทนโปรแกรมกำจัดไวรัสที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดได้ เขายังแนะนำไว้ที่เว็บไซต์ของเขาด้วยซ้ำว่า ควรลงแอนตี้ไวรัสเป็นหลักหนึ่งตัว

 "ผมว่า อุลตร้าเหมือนผู้ช่วยเจ้าพนักงานมากกว่า มันใช้ตรวจไวรัสจากทรัมป์ไดร์ฟเท่านั้นเอง และใช้แก้ปัญหาหลังจากคุณติดไวรัสไปแล้วได้บางตัว แต่การป้องกันแบบเรียลไทม์ต้องยกให้ทางแอนตี้ไวรัสเขา" อุลตร้าตัวพ่อกล่าว

 ปิยะวัฒน์คนเดียวคงเอาไปเทียบกับทีมงานจำนวนมหาศาลของบริษัทพัฒนาโปรแกรมกำจัดไวรัสไม่ได้เลย แต่การทำงานของอุลตร้าคล่องตัวกว่าในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจ้องจับผิดโปรแกรมที่ทำงานแบบ "ออโต้รัน" ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ส่ออาการไวรัส 

 ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7 ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขาต้องพัฒนาโปรแกรมกำจัดไวรัสอุลตร้าให้ทำงานร่วมกันได้ และอาจต้องพัฒนาอุลตร้าเฉพาะวินโดวส์ 7 เป็นพิเศษ

 เวลาไม่ใช่ปัญหาสำหรับปิยะวัฒน์ที่จะพัฒนาโปรแกรม หรือเขียนตอบแก้ปัญหาให้กับสมาชิกบนเว็บบอร์ด เขาไม่ใช่คนช่างสังคม ด้วยกิจวัตรเช้าไปทำงานเย็นกลับบ้าน เสาร์-อาทิตย์อยู่กับบ้านไม่ได้ออกไปเที่ยวเตร่ทำให้เขามีเวลาสำหรับภารกิจที่เขาไม่คิดว่าเป็นภาระ ชีวิตส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นหลัก

 "คนไอทีที่เจอส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้นะ บางคนเก็บตัวมากกว่านี้อีก บางคนไม่มีใครรู้จักเขาเลย อยู่ของเขาเงียบคนเดียว"

 คนไอทีฮาร์ดคอร์กลุ่มหนึ่งใช้ชีวิตยุ่งกับโลกออนไลน์ก็จริง แต่ปิยะวัฒน์มองว่าโลกอวตารเป็นเพียงแค่แฟชั่นชั่วคราวที่มาแล้วก็ไป เหมือนครั้งหนึ่งคนเล่นไฮไฟว์ และเว็บบล็อกกันทั่วบ้านทั่วเมืองแต่ก็เงียบหายไปตามเวลา และพอมีเครื่องมือใหม่ที่โดนใจกว่าคนก็แห่กันไปเล่นใหม่

 สำหรับวันข้างหน้า ครอบครัวอุลตร้าอาจต้องรับสมาชิกใหม่ แต่จะเป็นอุลตร้าเซเว่นเหมือนในซีรีส์ภาพยนตร์แอคชั่นแฟนตาซีของญี่ปุ่นหรือไม่ เจ้าพ่ออุลตร้าขออุบไว้ก่อน ส่วนที่แน่นอนกว่าคือ โปรแกรมกำจัดไวรัสอุลตร้ายังคงพัฒนาให้ใช้ฟรีอยู่ต่อไป เพราะปิยะวัฒน์ยอมรับว่าเขาเป็นโรคภูมิแพ้ธุรกิจ

 "ผมว่าผมทำธุรกิจไม่ได้ เหมือนเราต้องทำกำไรให้อยู่ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็เจ๊ง อยู่อย่างนี้แฮปปี้ดีแล้ว"

ไมโครซอฟท์ เปิดโหลดฟรีแอนตี้ไวรัสเวอร์ชั่นไทยคืนนี้

แฟนพันธุ์แท้ไมโครซอฟท์เตรียมเฮ ดาวน์โหลด "ไมโครซอฟท์ ซีเคียวริตี้ เอสเซนเชียล" เวอร์ชั่นไทยตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป (17 ก.พ.)

รายงานข่าวจากบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดให้ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการไลเซ่นถูกต้องตามกฎหมายของไมโครซอฟท์สามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ป้องกันความปลอดภัย "ไมโครซอฟท์ ซีเคียวริตี้ เอสเซนเชียล (เอ็มเอสอี)" เวอร์ชั่นภาษาไทยเต็มรูปแบบได้อย่างเป็นทางการตั้งแต่เวลา 24.00 น. (ตามเวลาในประเทศไทย) ผ่านเว็บ http://www.microsoft.com/Security_Essentials

ทั้งนี้ไทยถือเป็นคลื่นลูกที่ 2 สำหรับการพัฒนาต่อยอดซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้ในท้องถิ่น หลังจากบริษัทได้เปิดตัวซอฟต์แวร์ดังกล่าวทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. 2552 ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลดไปใช้งานทั่วโลกแล้วมากกว่า 1 ล้านครั้ง โดยในครั้งนี้ยังเป็นการเปิดให้ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยฟรีพร้อมกัน 74 ประเทศทั่วโลก รวม 25 ภาษา

สำหรับซอฟต์แวร์ดังกล่าวจะเข้ามาทดแทนตลาดซอฟต์แวร์ "วินโดว์ส วันแคร์" ซึ่งจะให้จำกัดการให้บริการเฉพาะลูกค้าในสหรัฐเท่านั้น

อย่างไรก็ตามไมโครซอฟท์ระบุว่า ซอฟต์แวร์ป้องกันความปลอดภัยเวอร์ชั่นใหม่มีคุณสมบัติในการป้องกันโปรแกรมไม่ประสงค์ดีครอบคลุมเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะภัยสำคัญๆ เช่น ไวรัส, มัลแวร์, สปายแวร์ และโทรจัน โดยผู้ใช้โอเอสลิขสิทธิ์สามารถดาวน์โหลดไปใช้ฟรีโดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการใช้เวอร์ชั่นทดลอง และไม่ต้องต่ออายุการใช้งาน

โนเกียร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา รณรงค์ต่อต้าน “หยุดซื้อ-หยุดขายมือถือปลอม” เผยผลกระทบจากการซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ เตือนหากใช้มือถือปลอมที่มีค่า SAR สูงเกินระดับความปลอดภัย จะส่งผลร้ายต่อร่างกาย
       
       นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์ หุ้นส่วนบริหาร กรรมการผู้จัดการแผนกทรัพย์สินทางปัญญา บริษัท Tilleke & Gibbins International จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันการปลอมแปลงสินค้าในบ้านเราเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการปลอมแปลงเครื่องหมายการค้า หรือการเลียนแบบตัวสินค้า แต่ใช้ชื่อต่างกัน รวมถึงการปลอมแปลงบรรจุภัณฑ์, คู่มือการใช้งาน หรือแม้แต่โลโก้ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น
       
       นางดารานีย์ ยังกล่าวอีกว่า การซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ หรือสินค้าปลอม ทำให้รัฐขาดรายได้จากการเก็บภาษีอากร และก่อให้เกิดองค์กรอาชญากรรมขึ้นในประเทศ เพราะเมื่อเปรียบเทียบแล้ว การขายสินค้าลอกเลียนแบบมีกำไรมากกว่าการขายยาเสพติด อีกทั้งบทลงโทษทางกฎหมายยังน้อยกว่าด้วย ทั้งนี้ในส่วนของกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ ทั้งกรมศุลกากร, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ในการรณรงค์ป้องกันและปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิที่มีขายอยู่ในประเทศไทย
       
       นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้จัดการธุรกิจบริการ บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า โทรศัพท์มือถือปลอมส่วนใหญ่ที่มีขายอยู่ในตลาดบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่จะใช้ตราสินค้า Nokia โดยใช้ชื่อรุ่นที่มีอยู่จริงในตลาด และสร้างรุ่นขึ้นมาเอง ซึ่งเป็นรุ่นที่โนเกียไม่มีวางจำหน่าย, การใช้ชื่อที่ใกล้เคียงกับคำว่า Nokia โดยเตนาสร้างความสับสนให้ผู้บริโภค อาทิ NCKIA หรือ NOKLA โดยช่องทางในการจำหน่ายนั้นส่วนใหญ่จะพบบนเว็บไซด์ขายสินค้าออนไลน์ และตู้ขายสินค้าตามห้างใหญ่ๆ ที่ขายปนกับของจริง
       

       สำหรับเคล็ดลับในการจับผิดมือถือปลอมนั้น นายจิรพัฒน์ กล่าวว่า โทรศัพท์มือถือของปลอมจะไม่มีโลโก้ Nokia , เป็นรุ่นที่ Nokia ไม่เคยประกาศขาย, ไม่มีสติ๊กเกอร์โฮโลแกรมบนแบตเตอรี, ไม่มีใบรับประกันสินค้า และมีราคาถูกกว่าเครื่องที่มีขายในร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ซึ่งอันตรายที่อาจขึ้นได้จากการใช้มือถือปลอมนั้น มักเกิดขึ้นจากแบตเตอรีซึ่งเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญของโทรศัพท์มือถือ แบตเตอรีที่มีคุณภาพจะมีการติดตั้งวงจรป้องกันการลัดวงจร ส่วนแบตเตอรีที่ไม่ได้มาตรฐานจะใช้วัสดุคุณภาพต่ำเพื่อลดต้นทุนในการผลิต ก่อให้เกิดอันตรายเช่นการระเบิด หรือไฟลุกไหม้ขณะชาร์จโทรศัพท์, กระแสไฟฟ้ารั่ว เพราะไม่มีระบบป้องกันที่ได้มาตรฐาน และค่า SAR หรืออัตราการแผ่กระจายของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีผลกระทบต่อผู้ใช้ ซึ่งถ้ามีค่า SAR สูงกว่าระดับที่ตั้งไว้ ก็จะส่งผลต่อร่างกายของผู้ใช้ได้
       

       โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของโนเกีย หรือเช็ครุ่นของโทรศัพท์มือถือที่จัดจำหน่ายได้ที่โนเกีย ชอปทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดต่อโนเกียแคร์ไลน์ 0 2255 1111